การบ้านครั้งที่ 1

posted on 29 Jun 2008 13:21 by lelouch

1.จงอธิบายความหมายของสำนักงาน

ตอบ เป็นสถานที่ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการดำเนินงานขององค์การโดยอาศัยข้อูมล รายงาน เอกสารต่างๆเป็นเครื่องมือ

2.การจัดการสำนักงานประกอบด้วยกิจกรรมใดบ้าง

ตอบ การจัดการสำนักงานให้ได้ผลประกอบด้วยกิจกรรมด้านต่างๆ 6 ประการ ดังนี้1.การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย- การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม- การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร- การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน- การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน- การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน- การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร- การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน- การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน2.การจัดสายงาน การจัดสายงานและจัดพนักงานเข้าทำงานในสำนักงาน การปฏิบัติงานที่นอกเหนือจากการบริหารใน สำนักงาน อาจจัดแบ่งได้เป็น3 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้2.1 งานวิชาชีพ เช่น การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี สถาปนิก วิศวกร2.2 งานสายสนับสนุน เช่น พนักงานขายสินค้า ช่าง นักเทคนิค2.3 งานสายสำนักงาน เช่น เลขานุการ พนักงานเดินสาร เจ้าหน้าที่สารบรรณ3.การควบคุมการปฏิบัติงาน เช่นการควบคุมค่าใช้จ่าย การควบคุสำนักงาน การควบคุมการเข้าออกบริเวณ4.การแก้ปัญหา เพื่อเป็นวิธีการปฏิบัติงานเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน5.การสร้างขวัญและกำลังใจ การพิจารณาเพิ่มเงินเดือน การพิจารณารางวัลการทำงาน6.การอำนวยการ เพื่อระดมทรัพยากรในการทำให้การดำเนินงานเป็นไปตามปกติ และช่วยให้การทำงานบรรลุ

3.การวางแผนสำนักงานจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง

ตอบ 1. วางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม 2. วางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับ-ส่งและจัดทำเอกสาร 3. วางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน 4. วางแผนการจัดหาบุคลากร 5.วางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร 6. วางแผนการติดต่อสื่อสารภายใน-ภายนอกด้วยโทรศัพท์และโทรสาร 7.วางแผนการจัดซื้ออุปกรณ์ เครื่องใช้ วัสดุ 8. วางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน

4.สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับที่ตั้งของสำนักงานมีผลต่อการปฏิบัติงานอย่างไร

ตอบ ที่ตั้งของทำงานจะให้ดีต้องตั้งอยู่ใกล้กับร้านอาหารสำหรับบริการพนักงานและอยู่ใกล้กับเส้นทางคมนาคมที่สะดวก

5.เทคโนโลยีที่มีใช้ในสำนักงานมีอะไรบ้าง

ตอบ คอมพิวเตอร์ เครื่องปริ้นท์ เครื่องถ่ายเอกสาร Fax ระบบเครือข่ายอินเตอร์เนต


6.เหตุผลที่หน่วยงานต้องพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติคืออะไร

ตอบ เพื่อที่จะได้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สะดวกสบายต่อการทำงานและดำเนินงาน

7.การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานจำแนกได้กี่ด้าน

ตอบ 4 ด้านคือ 1 การประมวลผลข้อมูล 2. การจัดทำสารสนเทศ 3. การประกอบวิชาชีพ 4. การสนับสนุนผู้บริหาร

8.สำนักงานอัตโนมัติมีประโยชน์อะไรบ้าง

ตอบ 1. ลดจำนวนคน 2. ลดอุปกรณ์สื่อสารที่ไม่จำเป็น 3. ลดจำนวนกระดาษ 4. เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน 5. การจัดพิมพ์เอกสาร สามารถใช้เวลาน้อยลงและสะดวกขึ้น 6. การดำเนินงานต่างๆ เกี่ยวกับเอกสารและสารสนเทศเป็นระบบมากขึ้น 7. ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องและรวดเร็ว

9.การพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติมีกี่วิธีอะไรบ้าง

ตอบ พัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติมี 4 วิธี
1. การเลือกแนวทางการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ คือ การพิจารณาว่าจะดำเนินการพัฒนาในแบบใดดี ดำเนินการเองว่าจ้างที่ปรึกษา หรือจัดซื้อระบบสำนักงานอัตโนมัติมาใช้
2. การวางแผนการพัฒนา ทั้งทางด้านงบประมาณ การบวนการพัฒนาและกำลังคน
3.การพัฒนาและการจัดระบบสำสนกงานอัตโนมัติ คือการลงมือดำเนินการจัดสร้างระบบ การสั่งซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ การติดตั้งซอฟต์แวร์ ฯลฯ
4.การประเมินผลการปฏิบัติงานและการปรับเปลี่ยน เป็นการตรวจสอบว่าการปฏิบัติงานที่จัดทำขึ้นบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้มากน้อยเพียงใด

10.ในการเรียนการสอนมีปัญหาอะไรบ้างจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร

ตอบ สำหรับคนที่บ้านมีอินเตอร์เนตก็จะได้รับความสะดวกสบายในการทำงานส่งงาน แต่สำหรับคนที่บ้านไม่มีอินเตอร์เนตก็จะมีความลำบากในการทำงานและการจัดส่งงานให้แค่อาจารย์ผู้สอน

11.สรุปวิวัฒนาการของสำนักงานอัตโนมัติ

ตอบ ใน ค.ส. 600 - 1832 ลูกคิด (อุปกรณ์ที่นับจีน),เครื่องบวกเลขโดยเครื่องจักร (Blaise Pascal),โทรเลข (Thomas Edison)ค.ส. 1847 - 1939ครื่องพิมพ์ดีด (Christopher Latham Sholes),โทรศัพท์ (เบล Graham อาเล็กซานเดอร์)อุปกรณ์การเขียนตามคำบอก,เครื่องคำนวณ (William S. Burroughs),เครื่องพิมพ์ดีดเกี่ยวกับไฟฟ้า (IBM),เครื่องจักรที่คำนวณอิเล็กโทรนิค Mark I-forerunner เป็นคอมพิวเตอร์ (Howard Aiken)จนมาถึงเครื่อง ENIAC คอมพิวเตอร์เครื่องแรก (J.presper Eckert Jr. และ John. Mauchly) ใน ค.ส. 1945ค.ส. 1949 - 1961 EDVAC เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับภานิชย์,UNIVAC I (U.S.),UNIVAC II,เครื่องพิมพ์ดีด (IBM)ค.ส. 1963 - 1971 Minicomputer (บริษัทอุปกรณ์ดิจิตอล, DEC),Microprocessor (Intel)ค.ส. 1972 - 1990s ระบบจอวีดีโอสำหรับการปฏิบัติคำ,ระบบแผ่นดิสเก็ตสำหรับการปฏิบัติคำ,Microcomputer (แอปเปิล),เครื่องพิมพ์ดีดอิเล็กโทรนิค (EXXON),IBM คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, Voice Mail, networks, graphical user interfaces,แสงสีเสียง, smart products, เครื่องสื่อสารส่วนบุคคล

Megami Tensei

posted on 21 Jun 2008 09:59 by lelouch

หากกล่าวถึงเกมส์คอนโซล RPG ที่มาจากประเทศญี่ปุ่น แทบทุกคนจะนึกถึง RPG ซีรี่ส์เยี่ยม 2 รายที่นับได้ว่าเป็นราชาในหมู่นักเล่นคอนโซล RPG อันได้แก่ Dragon Quest และ Final Fantasy ถึงอย่างนั้นก็เถอะครับ... ท่ามกลางกระแสหลักของแฟนๆ RPG มีผู้เล่นอยู่กลุ่มหนึ่งและเกมส์ Console RPG อีกซีรี่ส์หนึ่งที่ทำตัวเหมือนเด็กแนวฉีกตลาดและกระแสนิยมของ Console RPG ที่อาจเรียกได้ว่าแทบทุกเกมส์ในท้องตลาดยุคนั้นมีบิดามารดาคือ Dragon Quest และ Final Fantasy เกมดังกล่าวมีชื่อว่า Megami Tensei (เมงามิ เทนเซย์) ครับผม


Dragon Quest VIII
Final Fantasy XII
Megami Tensei Series เป็น RPG ที่อาจกล่าวได้ว่ามีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองเอามากๆ เนื้อเรื่องไม่ได้วนเวียนอยู่กับโลกแห่งดาบ-เวทย์มนตร์-อัศวิน-หรือการพิทักษ์โลกจากจอมมารที่ชั่วร้าย โทนเรื่องของ Megami Tensei เต็มไปด้วยความมืดมน เจาะลงไปในแก่นด้านมืดของจิตใจมนุษย์ องค์ประกอบหรือบริบทของเกมส์เต็มไปด้วยบรรยากาศที่หาไม่ได้ใน RPG ยุคแรกๆ เป็นต้นว่า เทคโนโลยี เทวตำนานแบบเจาะลึกบวกแก่นทางศาสนา และที่เด็ดสุดคือสะท้อนแก่นของสิ่งที่เรียกว่ามนุษยศาสตร์อันได้แก่เรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก การเอาตัวรอด และสิ่งที่ไม่อาจวัดได้ด้วยมาตรวัดใดๆ นับว่าผิดแผกไปจาก RPG แบบดั้งเดิม(หรือแม้แต่เกมส์โดยทั่วไป)ที่ต้องเป็นฮีโร่ ปราบคนพาลอภิบาลคนดี ใน Megami Tensei Series สิ่งที่ผู้เล่นต้องทำคือต้องแข็งแกร่งและอยู่ให้รอดเป็นสปีชี่ส์สุดท้าย พูดง่ายๆคือทำตัวเหมือนกฏของดาร์วินเป๊ะๆ "ผู้เข้มแข็งเท่านั้นถึงจะอยู่รอด!"

คุณ ปองปองมาสเตอร์จอมอำจากบอร์ดเกมส์หลายๆบอร์ดได้กล่าวถึงซีรี่ส์อย่างน่าสนใจเอาไว้ว่า

สำหรับตระกูลชินเมงามิเทนเซย์นั้นในส่วนของเนื้อเรื่องและคาแรคเตอร์จะฉีกตลาดเฉพาะกลุ่มพอสมควรต่างจากไฟนอลที่เล่นง่าย เนื้อเรื่องเข้าใจง่ายสดใส แต่สำหรับชินเมงามินั้น(จะย่อเหลือ SMT) จะเต็มไปด้วยความหม่นหมอง มืดมน เลือด ปีศาจ และสิ่งหมิ่นเหม่ศีลธรรมทั้งหลาย ซึ่งทุกภาคที่ออกมาไม่นับซีรี่ส์พิเศษที่ต้องถึงขนาดยกเครื่องใหม่เพื่อลดระดับเรตลงมาให้เด็กๆเล่นกันได้ นั้นติดเรต 15+ ทุกภาค จะมี เปอร์โซน่าภาคใหม่นี้เท่านั้นที่ลดระดับเรตเหลือแค่ 12+

เนื้อเรื่องหลักๆมีองค์ประกอบ 2อย่างคือ ปีศาจ และการทำลายล้างโลก โดยที่ในตัวเกมแต่ละภาคตัวเอกที่เราเล่นไม่ได้มีหน้าที่และส่วนได้ส่วนเสียที่จะช่วยโลกให้กลับเป็นเหมือนเดิมเลย แต่กลับกันเราต้องดิ้นรนเอาตัวรอดในโลกที่เต็มไปด้วยปีศาจ ต้องฆ่าปีศาจตนอื่นๆหรือต้องกินปีศาจตนอื่นไดยทิ้งความเป็นมนุษย์ไป เพื่อแข็งแกร่งยิ่งกว่าปีศาจและไต่เต้าจากมนุษย์ธรรมดากระจอกๆคนนึงที่รอดมาจากเหตุการณ์ทำลายโลกจนมาเป็นผู้นำสูงสุดในหมู่มวลปีศาจ และยกกองทัพเพื่อนฝูงปีศาจที่หาได้ระหว่างการดำเนินเรื่องลงนรกไปต่อกรกับลูซิเฟอร์เพื่อยึดอำนาจในการปกครองฝูงปีศาจทั้งหมด เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจสูงสุดในโลกปีศาจและเป็นทางผ่านในการบัญชาการปีศาจทั้งหมดบนโลกเพื่อจุดหมายสุดท้ายคือยกกองทัพไปสังหารพระเจ้า เป็นการแก้แค้นที่พระเจ้าได้ทรยศมนุษย์คนหนึ่งผู้ภักดีต่อพระองค์ ซึ่งสำหรับผู้เล่นที่จิตใจรุนแรงแอนตี้พระเจ้าอยู่แล้วจะชอบและสะใจมาก เพราะในเกมส์มีพระเจ้าและเทพต่างๆมาให้เราเลือกฆ่าได้ตามใจชอบทุกศาสนา (คอนเซปจาก หลักๆเป็นอย่างนี้ บางภาคอาจจะไม่ครบองค์ประกอบแต่ก็จะวนเวียนอยู่ในกรอบนี้ และเนื้อเรื่องสมบูรณ์ครบถ้วนที่สุดเท่าที่เคยทำมาคือภาค3 )

ครับ... ก็อย่างที่ผม Quote มานั่นแหละ ด้วยความฉีกแนวของ Megami Tensei ในหลายๆด้าน เป็นต้นว่าเนื้อเรื่อง สไตล์การเล่นที่เรียกได้ว่าสำหรับแฟนๆ hardcore ตัวจริง และความยากที่ทิ้งห่าง RPG รุ่นราวคราวเดียวกันแบบไม่เห็นฝุ่น ทำให้ซีรี่ส์นี้มีแฟนประจำเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะในญี่ปุ่นที่มีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า Megatenists อยู่เป็นจำนวนมาก และปัจจุบันสาวกของ Megaten (ซึ่งย่อมาจาก Megami tensei) เริ่มขยายจำนวนอย่างรวดเร็วไปทั่วโลกแม้แต่ประเทศไทย โดยมีผม - นายโซนิค เป็นหนึ่งในสาวกยุคแรกๆครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า...

Shin Megami Tensei 2
Kyuuyaku Megami Tensei
Megami Tensei ถือกำเนิดขึ้นจากนวนิยายของ Aya Nishitani ซึ่งเขียนถึงเด็กหนุ่มอัจฉริยะด้านคอมพิวเตอร์คนหนึ่งชื่อนาคาจิมะ ผู้ซึ่งต้องเกี่ยวพันกับโลกของปีศาจผ่านการใช้คอมพิวเตอร์ (จึงไม่แปลกที่นวนิยายเรื่องนี้มีชื่อเรื่องรองว่า Digital Devil Story) ตามท้องเรื่องโลกมนุษย์และโลกปีศาจอยู่กันคนละภพภูมิและมีม่านแห่งมิติกั้นเอาไว้ แต่นาคาจิมะสามารถติดต่อกับปีศาจในมิติอื่นได้โดยผ่านโปรแกรมที่เขาเขียนขึ้น และเรื่องยิ่งเลวร้ายเข้าไปใหญ่เมื่อเขาทำให้จอมมารที่ชั่วร้ายอย่างโลกิ(Loki)หลุดเข้ามายังโลกมนุษย์ ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับผมผมคงเผ่นครับ แต่นาคาจิมะเป็นคนมีความรับผิดชอบ เป็นอัจฉริยะ และที่สำคัญเขาเป็นพระเอก! ดังนั้นเรื่องราวอันมืดมนของความพยายามในการแก้ไขปัญหาปีศาจหลุดออกจากโลกของมันใน Megami Tensei จึงได้เริ่มต้นขึ้น

บริษัท Namcot ได้ผันนิยายเรื่องเยี่ยมนี้เป็นวิดีโอเกมส์สำหรับเครื่อง Famicom (หรือ Family Computer ในบ้านเรา) โดยภาคต่อของเกมดังกล่าวมีชื่อว่า Megami Tensei 2 ที่มีการเขียนบทเกมส์ใหม่ยกชุดไม่อ้างอิงต้นฉบับแต่ยังคงรักษาแนวการเล่นอันเป็นเอกลักษณ์จากภาคแรกเอาไว้ จนกระทั่งยุคของเครื่องเล่นเกมส์ 8-bit จบลงซีรี่ส์นี้ได้ปรากฏโฉมในนามของ Shin Megami Tensei สำหรับเครื่อง Super Famicom (และเปลี่ยนค่ายจาก Namcot เป็น Atlus) ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่ายิ่งใหญ่สมกับคำว่า shin เนื่องจากภาคต่อบนเครื่อง SFC มีเนื้อเรื่องที่มืดมนและดำดิ่งยิ่งกว่าภาคแรกๆหลายขุมนัก

Megami Tensei แปลตามตัวว่าเทพธิดาจุติหรือ Reincarnation of the Goddess ครับ ที่ได้ชื่อแบบนี้ก็เพราะในฉบับนิยายตัวเอกหญิงของเรื่องเป็นภาคจุติของเทวนารีในตำนานญี่ปุ่นที่ชื่ออิซานามิ(Izanami) ชื่อ Megami Tensei กลายเป็นชื่อซีรี่ส์นี้ไปซึ่งก็ไม่แปลกครับ เพราะในแต่ละภาคล้วนมีสาวน้อยที่รับบทสำคัญๆของเรื่อง และส่วนใหญ่เป็นภาคจุติของเทวนารีไม่องค์ก็องค์หนึ่ง ไม่ศาสนาใดก็ศาสนาหนึ่งอยู่เสมอๆ ย่อหน้าที่แล้วผมพูดถึงภาคต่อของ Megaten บนเครื่อง Super Famicom ซึ่งใช้คำว่า Shin Megami Tensei เป็นชื่อเรื่อง (และกลายเป็นชื่อซีรี่ส์นี้มาจนถึงปัจจุบัน) โดย Shin Megami Tensei ถ้าแปลแบบตรงตัวคงเป็น Reincarnation of the True Goddess ทว่าคำว่า shin เป็นสัญลักษณ์ที่หมายถึงการพัฒนาขึ้น สุดยอดขึ้นได้อีกด้วย (คงนึกตัวอย่างออกนะครับ อย่าง Samurai Spirit มาเป็น Shin samuri Spirit อะไรเทือกนี้)

ท่านที่คร่ำหวอดอยู่กับ Console RPG มานานคงพอจะทราบนะครับว่า Console RPG ของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ถอดแบบหรือดำเนินรอยตาม Dragon Quest ซึ่งผิดไปจาก Megami Tensei ที่มีพื้นฐานอยู่บน American RPG ที่ชื่อ Dungeon Kepper แบบที่ถอดมาอย่างเห็นได้ชัดก็เช่นการบังคับตัวละครด้วยมุมมองบุคคลที่ 1 ดันเจี้ยนสามมิติที่วกวนอย่างกับเขาวงกต (มีหลายคนไม่ชอบครับ ผมก็ด้วยเจอมุมมองแบบนี้ทีไรเวียนหัวอยู่เรื่อย แต่ Megaten เป็นข้อยกเว้น :)) ถึงจะอย่างนั้นซีรี่ส์นี้ก็มีสิ่งทดแทนสำหรับผู้เล่นที่แพ้มุมมอง 3D นั่นก็คือแผนที่ในแบบ 2D สำหรับช่วยคลำทาง นัยว่าเพื่อไม่ให้ผู้เล่นสิ้นหวังกับนรก(จริงๆ)ที่เป็น 3D ภายในเกมส์มากจนเกินไปนัก

Dungeon Keeper (ไม่ใช่ Original นะครับ บังเอิญขี้เกียจหารูป ^^)
แก่นแห่ง Shin Megami Tensei

จุดเด่นจริงๆของ Megaten (ต่อไปผมจะเริ่มเรียกย่อๆเลยนะครับ)เห็นจะเป็นแก่นของเกมส์ ซึ่งก็ได้รับการสืบทอดมาโดยตลอดในภาคต่อหรือภาคตามของซีรี่ส์นี้ ผิดกับ RPG ชื่อดังบางซีรี่ส์ที่ไม่รู้จักเก็บเอาระบบดีๆไว้ เปลี่ยนภาคทีก็เปลี่ยนระบบที เปลี่ยนดีก็ดีไป เจอระบบแย่ๆอย่าง Draw (นามสสมมุติ) เข้าก็เบื่อแย่ครับ สิ่งแรกที่น่าพูดถึงก็คือวัฒนธรรม(นั่นแน่ เล่นคำซะด้วย)ว่าด้วยการจัดกลุ่มตัวละคร Megaten มีวิถีในการจัดกลุ่มที่เป็นเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดกันไปแบบภาคต่อภาคให้ผู้เล่นได้เพลิดเพลินกับมันเป็นอย่างยิ่ง เป็นต้นว่าตัวละครเอกที่มักจะมีสถานะเป็นมนุษย์ธรรมด๊าธรรมดา ไม่สามารถใช้เวทย์มนตร์ได้ ในขณะที่ตัวละครที่ทำหน้าที่ support ตัวอื่นๆที่เป็นมนุษย์จะสามารถใช้เวทย์มนตร์ได้ด้วยเหตุผลบางประการ และทำหน้าที่อยู่ข้างหลังคอยใช้เวทย์มนตร์สนับสนุนตัวเอกของเรา ...แหงสิครับ ตัวละครสมทบจะให้ถึงเป็นรถถังเหมือนพระเอกได้ยังไง เมื่อต้องปะทะกับเหล่าเทพมารที่ดาหน้าเข้ามาราวีตลอดทั้งเรื่อง พวกเขาก็ต้องหลบอยู่ข้างหลังตัวเอกตามธรรมเนียมอยู่แล้ว

ใน Megaten ฉบับแรกๆ วิธีเดียวที่จะสามารถเพิ่มสมาชิกในกลุ่มได้คือการชักชวนบรรดาปีศาจที่เราต้องต่อสู้ด้วยเข้ามาเป็นพวก วัตถุประสงค์ก็ค่อนข้างน่ากลัวครับ คือการพยายามที่จะสร้งกองทัพปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุด หรืออย่างน้อยๆก็เข้มแข็งพอที่จะเอาตัวรอดในโลกแห่งความอลหม่านของ Megaten ได้

Megami Tensei ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับระบบธาตุ (elements) ซึ่งในจุดนี้ผมคงไม่ต้องอธิบายให้ขา RPG ตัวยงทราบว่ามันคืออะไร แต่สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้เกมส์ RPG แล้ว ผมขอให้นึกภาพตามง่ายๆครับว่าระบบธาตุหมายถึงเวทย์มนตร์หรือไม้ตาย หรืออะไรก็ตามแต่ที่ประจุพลังแห่งธาตุพื้นฐาน (ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง ไม้ แสงสว่าง ความมืด ฯลฯ)เอาไว้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเทพหรือปีศาจภายในเกม หนทางง่ายของการใช้ระบบธาตุพิชิตมันก็ได้แก่ ใช้เวทย์มนตร์หรือไม้ตายที่เป็นธาตุตรงข้ามเข้าเล่นงานมัน เช่น เล่นงานภูตไฟอีฟริทด้วยธาตุน้ำหรือความเย็น เด็ดปีศัตรูที่เป็นอาร์ค แองเจลด้วยธาตุแห่งความมืด หรือเมื่อต้องเผชิญหน้าเหล่านางอัปสรา (คนไทยคุ้นกับคำว่าอัปสรมากกว่า) ก็ต้องมาดูแหละครับว่านางฟ้านางสวรรค์เหล่านี้แพ้ธาตุอะไรบ้าง

แม้ว่าแนวคิดเรื่อง Elemental strength & weakness จะมีอยู่ให้เห็นดาษดื่นกันในเกมส์ RPG แต่เชื่อไหมครับว่า แนวคิดดังกล่าวเพิ่งเป็นที่นิยม(และให้ผลที่ชัดเจน)เมื่อไม่นานมานี้เอง ในขณะที่ Megaten Series เน้นถึงจุดนี้มาก่อนชาวบ้านเขา และที่สำคัญการเลือกใช้มนตราให้ถูกธาตุ คือจุดสำคัญที่หมายถึงความเป็นความตายในการต่อสู่แต่ละครั้งเลยทีเดียวเชียวครับ

ในบางครั้งขณะที่กำลังต่อสู้อยู่นั้น เราสามารถที่จะชวนเทพหรือมารทั้งหลายคุยได้ด้วย ซึ่งบทสนทนาโดยมากจะแตกต่างกันไปตามสถานการณ์หรืออุปนิสัยของเทพ-มารเหล่านั้น การสนทนานี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่เราต้องใช้หากต้องการชวนเทพที่เก่งๆหรือมารตัวร้ายๆเข้ามาเป็นพวก แหละเป็นจุดหนึ่งที่จะชี้วัดครับว่าผู้เล่นมีมุมมองต่อโลกของเกมส์นี้(โดยมากรวมความถึงโลกแห่งความเป็นจริงด้วย)อย่างไร ต้องการให้โลกพบจุดจบ (ไม่เชิงครับ อาจมองว่ามันคือจุดก่อนจุดเริ่มต้น ถ้ามองภาพตามแนวคิดของ Cycle หรือสังสารวัฏอันเป็นแนวคิดหลักของเกมส์ในซีรี่ส์นี้) ต้องการสันติ หรือต้องการอะไรกันแน่...

ดังนั้นบทสนทนากับศัตรูร้ายในเกมส์จึงทำให้ระบบการต่อสู้ในซีรี่ส์นี้ดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร และไม่ตายตัวครับผู้เล่นต้องลองผิดลองถูกในขณะที่เล่น บางครั้งบทสนทนาไม่ตายตัว แต่ในบางครั้งก็มีแนวทางพอที่จะยึดเป็นแกนได้ เอาง่ายๆว่าเมื่อต้องคุยกับศัตรูของเรา เราคงไม่สามารถเอาคำว่าคุณธรรม(น่าน...)ไปคุยกับมารตัวเอ้อย่างเบลเซบัฟหรือบาโฟเมต และไม่อาจตอบคำถามที่เผยให้เห็นด้านมืดในจิตใจได้มากนักเมื่อต้องคุยกับศัตรูที่สังกัดฝ่ายเทพ

ตัวละครมนุษย์ของ Megaten สามารถเติบโตหรือเก่งขึ้นได้ด้วยการสะสมประสบการณ์ในการต่อสู้ตามสไตล์ RPG ทั่วๆไป แต่เทพหรือมารในกลุ่มของผู้เล่นต้องอาศัยปัจจัยในการพัฒนาที่แตกต่างไปจากนั้น ทางเดียวที่ตัวละครเหล่านี้จะเก่งกาจขึ้นกว่าเดิมได้ก็คือการผสมครับ ผสม(combine)ปีศาจตนหนึ่งเข้ากับปีศาจตนอื่นๆตั้งแต่หนึ่งตนขึ้นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งกว่า ซึ่งผู้เล่นสามารถผสมปีศาจ(หรือเทพ)โดยผ่านเครื่องผสมซึ่งก็แล้วแต่ซีรี่ส์ล่ะครับ ว่าโฟกัสอยู่บนเนื้อเรื่องยุคไหน บางภาคเป็นแท่นพิธี เป็นหนังสือ เป็นเครื่องจักร หรือแม้แต่ซอฟต์แวร์ของ PC อะไรจะปานนั้น ^^

 

กับโลกที่ต้องเลือก...

 

จุดเด่น(ที่ผมชอบมากๆ)อีกอย่างที่ถูกเติมเข้ามาในซีรี่ส์ Megaten นับตั้งแต่ Shin Megami Tensei ของเครื่อง SFC เป็นต้นมาก็คือความเป็นอิสระในการเลือกวิถีหรือมรรคในการดำเนินเรื่องของผู้เล่น โดย...
Shin Megami Tensei เวอร์ชั่น SFC ภาษาอังกฤษทั้งสองภาค ใครสนใจ Rom ติดต่อผมหลังไมค์นะครับ :)

 

Chaos หรือมรรคแห่งความโกลาหล เป็นทางเลือกที่ผู้เล่นที่เป็นสาวกแนวคิดของดาร์วินคงชอบกัน มรรคหรือทางแห่งความโกลาหลนี้เป็นโลกของผู้ที่เข้มแข็งที่สุดเท่านั้นถึงจะมีชีวิตรอด ทางเลือกของสายนี้คือหากไม่ยอมเป็นฝ่ายล่า(หรือกิน) เรานั่นแหละจะเป็นฝ่ายถูกกินเสียเองจากผู้ทีแข็งแกร่งกว่า มรรคาแห่งความโกลาหลนี้จะทำให้ผู้เล่นโน้มเอียงไปทางฝ่ายของลูซิเฟอร์ จอมมารร้ายผู้ยิ่งใหญ่ที่เรียกได้ว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อนี้ :)

 

Law หรือมรรคแห่งกฏเกณฑ์ เป็นทางที่ผู้เล่นต้องนำพาโลกให้เป็นไปตามวิถีหรือกฏที่วางเอาไว้ ทุกอย่างต้องเป็นตามกฏหรือข้อกำหนดที่ Entities (ตัวตนใดๆตามแต่ละซีรี่ส์จะกล่าวถึง)สูงสุดในเกมส์ได้กำหนดเอาไว้ การธำรงซึ่งความถูกต้อง การฝ่าฝืนหรือคิดอะไรนอกกรอบทำให้ผู้เล่นที่เลือกมรรคดังกล่าวนี้ จะได้อยู่ในสังกัดหรืออย่างน้อยๆก็โน้มเอียงไปเป็นพวกเทพครับ

 

Neutral หรือมรรคาแห่งสายกลาง (คนละอันกับวิถีของทางพุทธนะครับ) เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างมรรคสองสายแรก คือเน้นที่การสร้างความสมดุลย์ของกฏเกณฑ์ โดยที่กฏที่สร้างขึ้นต้องไม่ละเมิดแนวคิดส่วนตัว ความอยาก หรือความเป็นปัจเจกของตัวละคร

 

แนวคิดของตัวเกมส์ขึ้นกับทางเดินสามสายนี้ เราอาจกล่าวได้นะครับว่ามรรคที่ผู้เล่นเลือกไม่มีฝ่ายใดถูกหรือว่าผิดไปเสียทั้งหมด ลองคิดดูง่ายๆครับ ในโลกแห่งความเป็นจริงของเรานี่แหละ (ผมให้รวมโลกในเกมส์ด้วยก็ได้เอ้า!) ผู้เข้มแข็ง(ในทางชีววิทยาเรียก Predator)ย่อมกินผู้อ่อนแอกว่า มันเป็นวิถีทางแห่งธรรมชาติอยู่แล้วถูกไหมครับ นี่แหละคือโลกแห่ง Chaos ซึ่งในบางครั้งหากเราไม่นับตัวอย่างของการกิน เรามองไปที่การประพฤติ สิ่งมีชีวิตในสาย Chaos จะทำอะไรก็ได้ตามใจ มีอิสระที่จะทำทุกอย่างตราบเท่าที่ตนเองยังธำรงความแข็งแกร่งกว่าผู้อื่นเอาไว้ ซึ่งโลกลักษณะดังกล่าวจะตรงข้ามกับ LAw ที่เน้นที่กฏระเบียบ ผู้อ่อนแอจะกินผู้เข้มแข็งกว่าก็ยังได้หากกฏว่าไว้อย่างนั้น หรือไม่ก็มีกฏอะไรซักอย่างที่เอาไว้ปกป้องผู้อ่อนแอจากผู้แข็งแกร่ง หรือ ฯลฯ สารพัดระเบียบ ซึ่งจะทำให้โลกไม่ยุ่งเหยิงครับ แต่ความมีตัวตนและปัจเจกจะหายไปจากโลกแห่ง Law ซะหมด ในขณะที่แนวคิดของ Neutral หรือสายกลางที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่ว่า Law หรือ Chaos ดูเผินๆแล้วเหมือนจะเข้าท่า แต่ถามนิดนะครับว่า ทางสายกลางที่แท้จริงนั้นอยู่ตรงไหน? การวางตัวเป็นกลางอย่างไม่มีอคติต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนั้น เราทำได้จริงๆหรือ? (ในเกมส์พอจะไหวครับ แต่ในชีวิตจริงล่ะ?)

 

...

 

เป็นไงบ้างครับแนวคิดของซีรี่ส์ Shin Megami Tensei? ผมว่ามันเป็นปรัชญาที่ลึกซึ้งและหาไม่ได้ง่ายๆเลยในโลกของวิดีโอเกมส์ ยิ่งถ้าคุณได้เล่นเกมส์นี้โดยศึกษาตัวเกมส์อย่างจริงจัง คุณจะพบว่าเกมส์ซีรี่ส์นี้มันลึกกว่าที่เห็นครั้งแรกมากนัก และแน่นอนครับ สิ่งที่อยู่ในความลึกย่อมเป็นความมืด ดังนั้น Megaten จึงไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนมองโลกในแง่ดี ชอบอะไรที่ผ่อนคลาย ถ้าคุณเป็นขาเกมส์ที่เน้นความบันเทิงแบบตื้นๆเป็นหลักล่ะก็ ลืมซีรี่ส์นี้ไปเลยครับ หาเกมส์ของ Nintendo เล่นจะปลอดภัยต่อสุขภาพจิตมากกว่านะผมว่า :)

 

แล้วจะหามาเล่นได้อย่างไร?

 

แฟนๆ Console RPG ในเมืองไทยจำนวนมากที่ไม่สันทัดภาษาญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะไม่คุ้นกับ RPG ในซีรี่ส์ Megaten เท่าไหร่นัก อย่าว่าแต่บ้านเราเลยครับ เมืองนอกเองก็ใช่จะได้สัมผัสซีรี่ส์นี้ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกัน เกมส์ในซีรี่ส์ Megaten เท่าที่เคยออกภาษาอังกฤษก็ได้แก่ Revelation: Demon Slayer ของเครื่อง Gameboy Color และ Persona อีกจำนวน 2 ภาคที่ปรากฏตัวบนเครื่อง Sony Play Station ตามติดมาด้วย Shin Megami Tensei: Noctune (หรือ Lucifer's Call ถ้าเล่น PAL Version) ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามาเป็นเกมส์ในซีรี่ส์ Megaten ซึ่งเฉพาะชื่อหลังสุดคือ Noctune เท่านั้นแหละครับที่สามารถนับเป็นภาคต่ออย่างเป็นทางการของ Shin Megami Tensei ได้ เอ... ไหนว่าเกมส์ซีรี่ส์นี้แตกหน่อก่อเนื้อออกมามากมาย แล้ว Megaten ภาคอื่นๆก่อนหน้า Noctune มันไปไหน? ทำไมไม่มีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษออกมาให้เราเล่นกันหว่า...
Persona 2 : Eternal Punishment

 

เรื่องมันยาว... เอาเป็นว่านายโซนิคจะค่อยๆเล่าให้ฟังก็แล้วกันนะครับ

 

ซีรี่ส์ Megami tensei ซึ่งเดิมทีเป็นเกมส์ RPG ในสไตล์เด็กแนวเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นในยุคคอนโซล 16-bit ครับ ซึ่งช่วงเวลานั้นเป็นช่วงก่อนหน้าที่คอนโซล RPG จะป๊อบปูล่าในตลาดตะวันตกนานนม แม้ว่าในช่วงหลังแฟนๆชาวตะวันตกจะเริ่มรู้จัก Japan Console RPG กันมากขึ้น ซีรี่ส์ Megaten ก็ยังไม่มีการนำออกไปทำตลาดในประเทศตะวันตกอยู่ดี ทั้งนี้เนื่องจากว่าระบบในการเล่นยังนับว่าซับซ้อนอยู่มากครับเมื่อเทียบกับซีรี่ส์ยอดนิยมในขณะนั้นอย่าง Final Fantasy หรือ Lufia บางคนก็ว่าเกมส์ซีรี่ส์นี้มันออกแนวปรัชญา(มืด)มากไปหน่อย ไม่น่าถูกกับตลาดตะวันตกโดยเฉพาะตลาดอเมริกันที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่ชอบอะไรลุยๆ มันๆ บู๊ๆ เป็นแนวบันเทิงแบบไม่ต้องคิดอะไรมากตามประสาอเมริกันส่วนใหญ่

 

เพราะฉะนั้นด้วยระบบที่ซับซ้อนเกินไปสำหรับขาเกมส์คอนโซล และเนื้อหาที่ลึกซึ้งเกินไป Megaten Series จึงไม่ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งที่บริษัทผู้ผลิตอย่าง Atlus ก็ถือว่ามีฐานในตลาดและมีแฟนๆอยู่กลุ่มใหญ่พอสมควรว่าอย่างนั้นเถอะ

 

ผมว่าไม่จริงไปซะทั้งหมดครับ คำว่าระบบซับซ้อนหรือปรัชญาซึมลึกของ Megaten มันคงไม่ถึงกับเป็นของสแลงสำหรับตลาดอเมริกันหรือตลาดโลกหรอกมั้งครับ อุปสรรคอันน่ากลัว(ซีเรียสครับ น่ากลัวจริงๆ)ที่ทำให้ Megaten Sereis ออกมาตีตลาดโลกได้ลำบากเห็นจะเป็นส่วนของเนื้อเรื่องนี่แหละ เอาแบบสรุปๆละกันนะครับ...

 

...เนื้อเรื่องของ Megaten ที่ผู้เล่นต้องอยู่ในโลกแบบโลกาวินาศ เต็มไปด้วยความเศร้า ความตาย สิ่งแวดล้อมที่เห็นเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ผู้เล่นต้องดำรงชีวิตอยู่ในโลกนั้นด้วยแนวคิดของการ"กิน"ทุกอย่าง เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดได้นานขึ้นให้ตัวเองเข้มแข็งขึ้น กินดะไปซะหมดไม่เว้นแม้แต่เทพเจ้าหรือมารร้าย ถ้าเกิดใจดีไม่ยอมกินไม่ยอมฆ่าตัวเองนั่นแหละครับที่จะถูกตัวตนอื่นๆในเกมส์กินเอา โลกแบบนี้มันน่าอภิรมย์ไหมล่ะครับพี่น้อง? แค่แนวคิดหลักของเกมส์ก็ทำเอาผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่สบายใจแล้วล่ะครับ หากลูกหลานของตัวเองต้องจ่อมจมอยู่กับเกมส์ที่มีแนวคิดแบบนี้

 

ที่หนักไปกว่านั้นมอนสเตอร์หรือศัตรูร้ายที่ผู้เล่นต้องต่อสู้ด้วยตลอดทั้งซีรี่ส์ล้วนมาจากตำนานทางศาสนา หรือไม่ก็เทพปกรณัมที่สำคัญๆของโลกแทบทั้งสิ้น พูดอย่างนี้แล้วแฟนๆ RPG หลายท่านคงส่ายหน้า แล้วมันแปลกตรงไหนล่ะฟะ? ก็ RPG อื่นๆเค้าก็มีมอนสเตอร์พวกนี้กันถ้วนหน้านี่นา ไม่ว่าเจ้านกฮาร์ปี, นางมารไซเรน, มังกรยักษ์, งูบาซิลิสต์, มารไฟอีฟริท หรือสัตว์ลูกผสมอย่างไฮดร้า มีเกมส์ไหนมั่งที่เค้าไม่ขุดเอาสัตว์ในเทพตำนานมายำเป็นมอนสเตอร์ให้เกมเมอร์ปราบเล่นๆ ไม่เห็นมันจะเป็นอุปสรรคตรงไหนเลย...

 

ครับพี่น้อง.. ท่านพูดถูก ที่ว่ามาน่ะมันก็ใช่ Shin Megami Tensei ก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน เพียงแต่นักข้อขึ้นไปอีกนิดหน่อย

 

เพราะซีรี่ส์สุดโปรดของท่าน Mastermune แห่ง Gconsole อย่าง Megaten นี่น่ะพ่อขุดเอาเทพประจำศาสนาสำคัญๆมาเป็นมอนสเตอร์ด้วยน่ะซีครับ ขุดมาชนิดที่ว่าคนไม่เคร่งศาสนานักก็ยังอึ้งว่าพี่แกกล้าดียังไงถึงได้ขุดขึ้นมาทำได้ขนาดนี้ ตัวอย่างก็เช่นเทพของฮินดูครับ ไล่ไปตั้งแต่ปางมารร้ายอย่างเจ้าแม่กาลี/พระนางทุรคาไปจนถึงปางเทพอย่างองค์วิษณุ (ซึ่งบางภาคขนพาหนะมาด้วยทั้งบุษบก ทั้งครุฑทั้งนาควาสุกรี) นี่ขนาดเทพนะครับพี่ เพราะงั้นจึงไม่ต้องห่วงว่าชื่ออื่นๆในตำนานสำคัญๆของทางฮินดูนี่ถูกขนมาหมดแทบไม่เหลือ เท่าที่พอจะยกตัวอย่างได้ก็เช่น ราวณะ(ทศกัณฑ์) เมฆนาศ(อินทรชิต) องคต-ชมภูพาน หนุมาน และช้างคิริเมขล์ที่พญาวสวัสตีมารทรงขี่มาขวางการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ก็ยังมีเลย (สมกับเป็นคิริเมขล์จริงๆครับ มันขวางทางไป Nirvana ของผมใน Digital Devil Saga ได้แบบ Pain in Ass เหลือเกิน) เทพอื่นๆเท่าที่เห็นในซีรี่ส์ต้นๆก็จะมาจากตำนานของนอร์สครับ ชื่อพวกนี้คงคุ้นหูเราๆท่านๆอยู่แล้วแหละ เช่น Thor, Loki, Valkyrie(s) อะไรพวกนี้ แต่นั่นก็ยังธรรมดามากๆครับ เพราะเกมเมอร์ตะวันตกเค้าไม่ได้แคร์เท่าไหร่นักกับชื่อในตำนานที่ผมว่ามาตั้งแต่ต้น

 

เมสสิอา - หนึ่งในเครื่องหมายการค้าที่ขาดไม่ได้ของ Megaten

 

...ปัญหาสำคัญก็คือมอนสเตอร์และชื่อตัวละครหลายๆตัวถูกคัดมาจากตำนานของศาสนายูดายและศาสนาคริสต์ เกือบทั้งหมดเป็นตัวตนที่ถูกกล่าวถึงในพระคัมภีร์ไบเบิล โดยเฉพาะบอสสำคัญที่ผมไม่ทราบว่าอะไรเข้าฝันคนเขียนบทให้(มัน)กล้าใส่ชื่อนี้ลงไปในเกมส์ก็คือ Yahweh หรือยะโฮวาครับ บอสตนนี้รับบทเป็นเทพสูงสุดใน Megami Tensei และ Shin Megami Tensei 2 ดูเอาเถิดครับกล้าดียังไงก็ไม่รู้ เมื่อมองในจุดนี้แล้วสำหรับคนทั่วไป(รวมนายโซนิคคนหนึ่งแหละ)บางครั้งมันก็รับยาก ที่ชื่อของ God ในศาสนาที่มีคนนับถืออยู่ทั่วทุกมุมโลกถูกนำมาใช้เป็นบอสในเกมส์แบบนี้ โดยเฉพาะบทของ Yahweh ผู้ต้องการสร้างโลกในมรรคาแบบ Law มุ่งหวังในทุกตัวตนในโลกของ Megaten มีความศรัทธาและดำเนินชีวิตไปตามกฏที่ตนสร้างแต่ผู้เดียว จนท้ายที่สุดก็กลายเป็นศัตรูของมนุษยชาติโดยรวม(ในเกมส์นะครับ)แบบนี้

 

ทีมงานสำคัญของ Megami Tensei เคยให้สัมภาษณ์ครับว่า Yahweh ในเกมส์ไม่ได้หมายถึงเทพหรือตัวตนใดๆในโลกแห่งความเป็นจริง (หรือแม้แต่ในตัวของเกมส์เองก็ตามที) แต่เป็นคำสามัญที่มนุษย์ในเกมส์ใช้เรียกขานสิ่งสูงสุดในโลกของตนเท่านั้น ทำนองเดียวกับคำว่า เทพ เทวะ หรือพระเจ้าโดยไม่ระบุนามนั่นล่ะครับ

 

...ถึงอย่างนั้นผมก็ว่ามันล่อแหลมและมิบังควรอยู่ดี เห็นด้วยกับผมไหม?
 

Artwork & Music


นอกจากธีมและพล็อตเรื่องที่ลึกบวกมืดแล้ว อาร์ตเวิร์คและดนตรีประกอบของซีรี่ส์ Megaten ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กันครับ เพราะในอดีตที่ผ่านมาสองสิ่งนี้คือจุดเด่นสำหรับซีรี่ส์(นอกเหนือจากพล็อตดังที่กล่าวมาแล้ว) ที่ทำให้ตัวเกมส์ดูต่างไปจาก RPG ที่ค่ายอื่นๆในญี่ปุ่นสร้างกันมา ตั้งแต่ยุคของ Super Famicom มาแล้ว อาร์ตเวิร์คและแคแร็คเตอร์ดีไซน์ของ Megaten อยู่ในความรับผิดชอบของคาซุมะ คาเนโกะ ผู้ซึ่งไม่ได้มีลายเส้นกระชากจินตนาการเหมือนโยชิทากะ อามาโนะจาก Final Fantasy ลายเส้นของคาเนโกะไม่ได้สดใสและเป็นตัวของตัวเองมากเท่ากับโทริยามะ อากิระจาก Dragon Quest แต่บอกได้เลยครับว่า งานศิลป์ของเขาก็โดดเด่นและมีความเป็นตัวของตัวเองสูงเช่นกัน ตัวละครที่เป็นมนุษย์ของคาเนโกะดูเป็นมนุษย์หากพิจารณาจากลายเส้น สีผิว และอารมณ์ที่สื่อออกมาทางสีหน้าและแววตาของตัวละครอย่างชัดเจน จะเว้นก็เพียงแค่ในบางซีรี่ส์องค์ประกอบของตัวละมนุษย์ของเขาดูพิลึกพิลั่นไม่มีใครเหมือน เช่นบรรดาฮีโร่ในชุดคลุมมือนึงถือปืน(หรือไม่ก็ดาบ) ส่วนอีกมือผนึกคีย์บอร์ดอันเบ้อเริ่มเอาไว้ ซึ่งจะว่าไปก็ดูเก๋ไก๋ไปอีกแบบ คนที่เป็นแฟนซีรี่ส์คงไม่แปลกใจเพราะเข้าใจคอนเซ็ปต์ของซอฟต์แวร์ปีศาจอยู่แล้ว แต่ขาจรนี่สิครับ.. คงพิศวงกับแคแร็คเตอร์ดีไซน์ทำนองนี้อยู่พอสมควร เมื่อก่อนผมก็เป็น ฮะ ฮะ..

มอนสเตอร์ในเกมส์ที่ถูกดีไซน์โดย Kazuma Kaneko ก็เช่นกันครับ มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก โดยเฉพาะมอนสเตอร์ที่เป็นเทพหรือมารระดับสูงดูแล้วน่าเกรงขามมากทีเดียว งานของคาเนโกะทำให้เกิดขนบในงานออกแบบตัวละครขึ้น ผมจำไม่ได้ว่าภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าอะไรแล้ว แต่เชื่อว่าขาประจำที่ชื่นชอบงานแคแร็คเตอร์ดีไซน์คงคุ้นกับคำว่า Culture B หรือไม่ก็ Bondage Angel มาบ้างพอสมควร คาเนโกะและตัวละครที่เขาออกแบบถือเป็นภาพลักษณ์ของซีรี่ส์ Megaten ตลอดมาในทำนองเดียวกับ Final Fantasy กับโยชิทากะ อามาโนะ + โนมุระ เท็ตซึยะ หรือ Dragon Quest กับโทริยามะ อากิระ น่านล่ะครับ :) อ้อ... นอกจาก Kaneko แล้วบุคคลผู้หนึ่งซึ่งเราคงลืมเสียไม่ได้ก็คือโปรดิวเซอร์ คอซซี่ โอคาดะ หัวหน้าหนวยพัฒนาและวิจัยที่ 1 ซึ่งรับผิดชอบแนวคิดหลักๆของ Shin Megami Tensei ตลอดมา เป็นคนที่ทำงานร่วมกับอิเมจดีไซน์อย่าง Kaneko ได้เข้าขากันมากๆ เหมือนมารร้ายกับความมืดยังไงยังงั้นเชียวแหละ :)

ตัวละครและภาพในเกม Digital Devil Saga หนึ่งในเกมสนุกๆจากซีรี่ส์ Megaten

พูดถึงดนตรีประกอบกันบ้าง Megaten มี BGM (Background Music) ที่ฟังแล้วดูดีไม่เหมือนใครโดยเฉพาะสไตล์ของเพลงครับ สาเหตุก็เนื่องมาจากยุคสมัยในตัวเกมเป็นยุคใหม่ ก็เลยทำให้ soundtrack ที่ออกมาต่างไปจากยุคกลาง - ยุคอัศวิน หรือยุคแฟนตาซีโบราณที่เกม RPG ส่วนมากอิงเนื้อเรื่องกันบนยุคนั้น แนวเพลงของ Megaten กว้างขวางมากครับไล่ไปตั้งแต่เฮฟวี่ร็อคไปจนถึงเทคโนแดนซ์นู่นเชียว (แต่คลาสสิคออเคสตร้าเพราะๆก็มีอยู่ไม่น้อย โดยส่วนตัวแล้วผมชอบเพลง Hiphop หลายๆเพลงในซีรี่ส์นี้นะ) ผู้รับผิดชอบด้านดนตรีหรือเพลงประกอบของซีรี่ส์ที่พอจะคุ้นหูขาเกมส์ในบ้านเราก็เช่น ทซึคาสะ มาซุโกะ, เคนนิชิ ทซุชิยะ และโชโจ เมงุโระ ใครที่เน็ตแรงและสนใจแนวเพลงของ Megaten ผมแนะนำให้ search หาเพลงเปิดตัวหรือเพลง Ending ของ Persona ทั้งสามภาคและ Digital Devil Saga: Avatar Tuner ทั้งสองภาคมาฟังครับ เพราะอย่าบอกใครเชียว (อ๊ะ เผลอบอกไปแล้ว ทำไงดี ^^)

ปัจจุบัน Megami Tensei Series ได้แตกแขนงออกเป็นเกมส์กลุ่มต่างๆมากมาย มีทั้งที่อิงอยู่กับแนวคิดดั้งเดิมของเมงามิ เทนเซย์ (สะสมและสร้างกองทัพปีศาจ) แล้วก็เพิ่มปัจจัยใหม่ๆเข้ามาจนกลายเป็นซีรี่ส์ลูกที่มีความเป็นตัวของตัวเอง เช่น Devil Summoner / Soul Hackers ที่อิงเหตุการณ์อยู่ในประเทศญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน(จนถึงอนาคตอันใกล้)ที่มีปีศาจออกมาเพ่นพ่านกันได้อย่างอิสระ ซีรี่ส์ดังกล่าวมีความเป็นไซเบอร์พังก์สูงมาก ในขณะที่ Persona Series ใช้การดำเนินเกมส์แบบ RPG ทั่วไป แต่เน้นที่ส่วนลึกภายในจิตใจและบุคลิกภาพของมนุษย์ แถมมีสไตล์การเล่าเรื่องและพล็อตที่เรียกได้ว่าวิเศษ (เอ้า นี่พูดจริงๆครับ วิเศษมากๆ) อีกซีรี่ส์หนึ่งที่กลายเป็น Eng. version ก่อนใครเพื่อนคือ The Last Bible ที่ย้อนยุคกลับไปสู่โลกแห่งอัศวินยุคกลาง มีสไตล์การเล่นที่เหมือนกับ Dragon Quest

Shin Megami Tensei: Noctune / Lucifaer's Call

บางซีรี่ส์ที่แตกออกมาจาก Megaten นั้นไม่ได้เป็น RPG แต่อย่างเดียว ตระกูล Majin Tensei เป็นเกมแนววางแผนรบที่ใช้แนวคิดหลักของการผสมปีศาจจากออริจินัลเมงามิ เทนเซย์เข้ามาพ่วง สนุกและจริงจังมากครับ คนเกิดทันยุค Super Famicom อาจจะพอได้เคยเล่นมาบ้าง สำหรับขาเกมส์ยุคใหม่ที่เกิดทันเครื่องเกมพกพาอย่าง Gameboy Advance อาจจะเคยสัมผัสกับเกมๆนี้ The Devil Children หรือ Demikids ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ที่ผมเองก็ยังยอมรับเลยครับว่าไม่เหมือน Megaten เอาซะเลยเพราะออกแบบตัวละครได้สดใส มีบรรยากาศและปีศาจที่น่ารักน่าดึงดูดน้องๆหนูๆอายุน้อยเป็นอย่างยิ่ง คนที่เล่นแล้วคงร้องอ๋อเพราะแนวเกมของ Demikids นั้นไม่ได้เป็นอะไรที่มากกว่าสิ่งที่เรียกว่า Pokemon phenomenon แต่ก็นั่นแหละครับ พูดได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่ว่า Demikids เกาะกระแสโปเกมอนของ Nintendo มา เนื่องจากแนวคิดของการเอาศัตรูมาเป็นพวก - ผสมจนได้สายพันธุ์ที่แกร่งกว่าเดิมนั้น Megaten ใช้มาก่อนโปเกมมอนนับเป็นสิบปี เพียงแต่แนวของเกมส์มันลึกและมืดไม่ได้สดใสไร้พิษภัยกับเยาวชนเหมือนโปเกมอนเท่านั้นเอง (ลูซิเฟอร์ไม่ได้น่าสัมผัสเหมือนเจ้าหนูสายฟ้าปิกาชูนี่นา จริงไหมครับ :) )

ซีรี่ส์ล่าสุดของ Megaten ที่ผ่านมือพวกเราไปในเวลาไม่นานนี้เห็นจะได้แก่ Digital Devil Saga / Avatar Tuner ที่มีพล็อตเรื่องลึกซึ้งแบบสุดๆ เรียกได้ว่าทั้งกดดันทั้งกระชากน้ำตาคนเล่น (ผมยังจำความรู้สึกตอนที่อุษาเทวี-จินาน่าสั่งเสียก่อนสิ้นลม การต่อสู้กับมหาพรหมบนอาทิตย์ทมิฬ หรือมิตรภาพของเหล่าตัวเอกผู้เป็นอวตารจูนเนอร์ วรุณ-อัคนี-ปฐวี-วายุ ได้อยู่เลย เขียนบทความนี้เสร็จไปงัดมาเล่นอีกสักรอบดีไหมนี่ ^^) ถ้าใครอยากรู้ว่าพล็อตเรื่องและแนวคิดที่นายโซนิคบอกว่าสุดๆนั้น สุดๆอย่างไร ลองอ่านบทวิเคราะหของท่าน Mastermune แห่ง Gconsole ดูสิครับ นั่นน่ะแค่หอมปากหอมคอของซีรี่ส์นี้เท่านั้นนะ เอาไว้ว่างๆและสบโอกาสก่อนละกัน ผมจะลุกขึ้นมาทำตัวเป็นหิ่งห้อยเขียนบทวิเคราะห์ประชันกับจันทราอย่างท่าน Mastermune บ้าง :P

Majin Tensei (Super Famicom Version)

ถึงจะมีซีรี่ส์แตกแขนง ขยายระบบเกมส์และเรื่องราวออกไปมากมาย แต่ Megaten ยังมีหลายอย่างเหมือนกันครับที่แต่ละซีรี่ส์หยิบมาใช้ร่วมกัน เป็นต้นว่าหน่วยเงินหรือมัคก้าหรือมรรคา (คำหลังสุดนี่แหละเข้าท่า เพราะมันคือทางครับ ทางที่จะเอาตัวรอดในเกมส์ ถ้าไม่มีเงินเราจะเอาอะไรที่ไหนมาซื้อไอเท็มหรือดาวโหลดมนตราจากกรรมะเทอร์มินัลล่ะ?) ที่คล้ายๆกับเงินสกุล Gil ใน Final Fantasy Series ศัตรูในเกมส์ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นศัตรูตระกูลเดียวกัน ก็อย่างที่ผมว่ามาตั้งแต่ต้นครับ มอนสเตอร์ใน Megaten ถูกหยิบมาจากเทพปกรณัมและตำนานโบราณเกือบจะทั่วโลก ซีรี่ส์หลังๆนี่หยิบมาจากทางฮินดูมากเป็นพิเศษ จนในบางครั้งผู้เล่นชาวไทยหลายๆคนลืมสังเกตไปว่ามอนสเตอร์หรือเทพมารที่เราต่อสู้ด้วยในเกมส์น่ะ มันเป็นชื่อที่เราๆท่านๆคุ้นเคยกันอยู่แล้ว อาทิเช่น ปีศาจ - เวตาล - รากษส - ลักษมี - ปารวตี - อัปสร - อินทรา - คัมภีระ - ฯลฯ นี่ไม่นับส่วนที่มาจากตำนานที่ไม่คุ้นอย่างทางสลาวิค ไฮติ แอสเท็ค หรือว่าอินคาอีกด้วย (สายที่เราคุ้นจะมาจาก กรีกโรมัน นอร์ส แล้วก็ญี่ปุ่นเองซะมากกว่า) เหมือนๆกับเจ้าหยดน้ำ Slime ที่น่ารักซึ่งกลายเป็นมาสค็อตของ Dragon Quest จากค่าย Enix ครับ Megaten ก็มีมาสค็อตของตัวเองคือปีศาจที่ชื่อ Jack Frost (ซึ่งไม่ต้องสงสัยว่ามาจาก แจ็ค เดอะ ริปเปอร์) รูปร่างหน้าตาของ Jack ก็ตามที่เห็นกันในรูปนั่นแหละ


สรุปว่า Megami Tensei เริ่มต้นจากนิยายแนวไซเบอร์พังก์จนสุดท้ายแตกแขนงออกมาเป็นซีรี่ส์ย่อยๆมากมาย สิ่งที่ผมจะทำสำหรับบทความเรื่อง Megaten Universe ก็คงเป็นแนะนำให้ท่านรู้จักกับซีรี่ส์ย่อยๆของ Megaten นี่แหละ ออกทำนองเดียวกับ Final Fantasy Histroy ที่ผมเขียนทิ้งเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน แต่คงต้องรอกันนิดนึงนะครับ เพราะเนื้อหามันเยอะหน่อย แถมประการสำคัญก็คือผมไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่กับงานอดิเรกพวกนี้ ซีรี่ส์ที่เราจะมารีวิวกันก็ได้แก่

Megami Tensei 1 & 2
Shin Megami Tensei 1 & 2
Shin Megami Tensei If...& Devil Summoner
Persona
Shin Megami Tensei 3 & Digital Devil Saga 1
Digital Devil Saga 2 & Kuzunoha Raidou
Other Megami Tensei games
Majin Tensei
Last Bible
Devil Children/Demikids

Giten Megami tensei (PC Windows95 version)


หรือถ้าใครเอียนแล้วก็บอกผมได้นะ สารภาพตรงๆว่าขี้เกียจจะเขียนเหมือนกัน เพราะถ้าเขียนไปแล้วไม่มีใครสนใจจะอ่านน่ะครับ

 

 

Game&Anime

posted on 20 Jun 2008 23:53 by lelouch

   สวัสดีครับ ขอเกริ่นเลยละกัน เกี่ยวกับหัวข้อที่ผมจะพูดต่อไปนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ใครไม่พอใจรึว่ามีความคิดที่แตกแยกออกไป เชิญคลิ๊กที่ขวาบน

   ที่ผมอยากจะพูดก็เกี่ยวกับเกมส์และการ์ตูนที่ผมชอบ ผมอ่านการ์ตูนเล่นเกมส์มาตั้งแต่ 3-4 ขวบ ครั้งยังจำความไม่ค่อยจะได้ซักเท่าไหร่ ตั้งแต่นั้นมาจนถึงบัดนี้ ก็อายุร่วม 26 ปีกว่าแล้ว ก็ยังไม่เลิก มีหลายคนว่าผมทำตัวไม่สมอายุ รึไม่ก็ อายุขนาดนี้แล้วยังไม่เลิกเล่นเกมส์รึว่าอ่านการ์ตูนอีก แต่ไม่ว่าจะพูดกันยังไง ผมก็ไม่คิดจะเลิกสิ่งพวกนี้หรอก หลายคนเห็นว่าสิ่งพวกนี้เป็นสิ่งไม่ดี มีผู้ใหญ่หลายคนที่ว่า "เล่นเกมส์มันไม่ดี" คิดไปคิดมา ว่า "มันไม่ดีตรงไหนXXX" อยากจะบอกว่า แล้วที่พวกคุณเปิดคอมเล่นพวกไพ่อะไรต่างๆนั่น ไม่ใช่เกมส์เหรอ คุณเล่นไพ่ แทงบอล เข้าบ่อน รึว่าการใช้ชีวิต การทำงาน ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็คือเกมส์ทั้งหมดนั่นแหละครับ อย่างเล่นหุ้นเล่นหวยมันก็เป็นเกมส์เหมือนกัน ยิ่งหวยนี่ยิ่งแล้วใหญ่ มีแต่เสียกับเสียอย่างเดียว โอกาศได้มีแค่น้อยนิด แต่ก็ยังจะเล่นกัน ผมอยากจะบอกไว้ ว่า อย่าคิดว่าผู้ใหญ่จะฉลาดกว่าเด็กเสมอไป ยิ่งพวกผู้ใหญ่ที่มีลูกแล้วลูกทำโน่นทำนี่ไม่ดีแล้วโทษสังคม โทรครูอาจารย์ โทษเกมส์โทษการ์ตูน ผมว่า ก่อนที่คุณจะโทษคนอื่น ควรดูตัวเองก่อน ว่าตัวเองดีแค่ไหน มีโอกาศได้สั่งสอนลูกขนาดไหน มีเวลาให้ลูกได้ขนาดไหน ลูกทุกคนน่ะ ไม่ต่างจากพ่อและแม่เท่าไหร่หรอกครับ มันอยู่ที่มันสมอง ว่าจะคิดได้มากน้อยขนาดไหน รู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ รู้ดีรู้ชั่วขนาดไหน ตัวอย่างที่เด็กมันเลียนแบบก็มาจากพ่อและแม่ก่อนนั่นแหละครับ

Code Geass - Lelouch of the Rebellion

การ์ตูนเรื่องนี้สนุกมากๆ อยากให้ได้ดูกัน ประมาณว่า คุณเคยดูเดธโน๊ตกันมั้ย ถ้าเคย นี่คืออีก 1 บทของการ์ตูนแนวนี้ อาจจะแตกต่างกับเดธโน๊ตอยู่บ้าง แต่ทั้ง 2 เรื่องนี้ ความสนุกเข้มข้นไม่ต่างกัน แต่ตอนนี้ขี้เกียจเขียนแล้ว ขอไว้ต่อคราวหน้าก็แล้วกันนะครับ บ๊าย~นี~~~~

edit @ 21 Jun 2008 00:44:22 by Lelouch